สารจากประธานกรรมการ

ปี 2560 เป็นจุดเริ่มต้นของบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ในการดำเนินธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันทางทะเล อันเป็นธุรกิจเชื่อมต่อกับธุรกิจสำรวจ ขุดเจาะ ผลิต และค้าก๊าซธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม และปิโตรเคมีอย่างครบวงจรของบริษัทฯ ซึ่งเกิดจากการรวมธุรกิจบางส่วนของบริษัท นทลิน จำกัด (“นทลิน”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ และบริษัทร่วมทุนของนทลิน ที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน เข้าด้วยกัน พร้อมกับการขยายขอบข่ายการให้บริการให้ครอบคลุม 1) ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสำเร็จรูป และ ปิโตรเคมีเหลว (“ธุรกิจเรือขนส่งฯ”) 2) ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (Floating Storage Unit, FSU) (“ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บ FSU”) 3) ธุรกิจเรือขนส่งที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support Vessel) (“ธุรกิจเรือ Offshore”) 4) ธุรกิจบริหารจัดการเรือ (Ship Management) (“ธุรกิจบริหารเรือ”) ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯ มีศักยภาพและความคล่องตัวในการขยายฐานธุรกิจต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งสามารถปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้รวดเร็วสอดคล้องกับลักษณะของอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และปิโตรเคมีที่มีการผันผวนด้านอุปสงค์ อุปทาน และราคาผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีเสถียรภาพและยั่งยืน

ด้วยโครงสร้างทางธุรกิจที่เข้มแข็งและเหมาะสมกับอุตสาหกรรม ประกอบกับความมั่งคงของฐานลูกค้าของบริษัทฯซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และศักยภาพของผู้บริหาร พนักงานที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์สูงทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นสามัญให้กับนักลงทุนทั่วไป และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 14 กันยายน 2560 โดยสามารถระดมทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาวตามแผนที่วางไว้

สำหรับการดำเนินการในปี 2560 นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยบริษัทฯ สามารถปรับกลยุทธ์ เพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจที่เกิดจากการผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานของประเทศจีน ทำให้บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มมีรายได้รวม 4,540.75 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 759.11 ล้านบาท คิดเป็น 0.33 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบ 40 - 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงกลาง ปี 2560 เป็นประมาณ 60 - 65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ณ ปลายปี อันเป็นผลมาจากความต้องการน้ำมันทั่วโลก ที่เพิ่มสูงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ประกอบกับการที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่ม OPEC และ NON-OPEC โดยเฉพาะรัสเซีย ได้ร่วมมือกันลดกำลังผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ค้าน้ำมันในสิงคโปร์ลดปริมาณการเก็บน้ำมันดิบใน FSU เพื่อเก็งกำไรในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2560 เนื่องจากตลาดน้ำมันล่วงหน้า คาดว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มจะลดลงต่ำกว่า 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในอนาคตถ้าสหรัฐอเมริกาเพิ่มการผลิต Shale Oil มากขึ้น หรือกลุ่ม OPEC และ NON-OPEC กลับมาผลิตน้ำมันดิบ มากขึ้น นอกจากนั้นการใช้ FSU เพื่อเก็บและผสมน้ำมันเตาสำหรับขายเป็นวัตถุดิบ ให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนตอนเหนือ (Teapot Refinery) ก็ลดลงในช่วงปี 2560 เช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลจีนได้ปรับเปลี่ยนนโยบายควบคุมการนำเข้าน้ำมันดิบ และอนุญาตให้โรงกลั่นเหล่านี้นำเข้าน้ำมันดิบ เพื่อกลั่นแทนการใช้น้ำมันเตาได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนในการปรับลดจำนวนเรือ FSU ลงชั่วคราวในระหว่างที่ตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้ารอการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและทำให้สามารถใช้เรือ FSU ที่เหลืออยู่ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับการค้าระหว่างเรือ Aframax ที่ลดลงเนื่องจากความต้องการใช้ขนน้ำมันเตาไปประเทศจีนลดลงตั้งแต่ปลายปี 2560 บริษัทฯ ก็สามารถจัดหาลูกค้ามาใช้บริการระยะยาวแทนการให้ใช้บริการเป็นรายเที่ยวได้ทั้ง 2 ลำ ในปี 2561 จึงทำให้เรือมีรายได้ที่แน่นอน ส่วนธุรกิจเรือขนส่งฯ และธุรกิจบริหารเรือยังคงเติบโตตามที่ประมาณการไว้ในปี 2560 และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี 2561 เนื่องจากบริษัทฯ ได้จัดหาเรือบรรทุกน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้น สำหรับคลังน้ำมันใหม่ที่สร้างขึ้นในภาคใต้ของประเทศ และบริษัทฯ คาดว่านโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการให้สัมปทานเพื่อการสำรวจ ขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบในอ่าวไทย จะมีความชัดเจนขึ้นในปี 2561 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเรือ Offshore ของบริษัทฯ เชื่อว่าธุรกิจภาพรวมในปี 2561 จะปรับตัวดีขึ้นจากการดำเนินการที่กล่าวข้างต้น และจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ และการขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ

อนึ่ง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เชื่อมั่นได้ว่าบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมทั้งเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งมั่นคง เพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน คณะกรรมการจึงให้ความสำคัญอย่างสูงในการกำกับดูแลกิจการที่ดี สามารถเทียบเคียงได้กับหลักมาตรฐานสากล โดยจัดให้มีคณะกรรมการย่อยประกอบด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อกำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานในด้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และบริษัทฯ ยังได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต ตั้งแต่เดือนกันยายน 2560

สุดท้ายนี้ ผมมีความยินดีที่จะเรียนให้ท่านผู้ถือหุ้นทราบว่าคณะกรรมการได้พิจารณาเห็นชอบนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ขออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 จำนวน 0.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 30.3% ของกำไรสุทธิรวมของบริษัทฯ และบริษัทภายในกลุ่ม ถึงแม้ว่าระยะเวลาที่หุ้นสามัญของบริษัทฯ ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพียง 109 วัน ในปี 2560 และในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดี และขอขอบคุณ ผู้บริหารและพนักงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ทำให้องค์กรได้บรรลุเป้าหมาย ในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประสบความสำเร็จในการดำเนินงานปี 2560 ตามที่กล่าวข้างต้น และขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

นายบวร วงศ์สินอุดม
ประธานกรรมการบริษัท
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหำชน)