นายสุรพล มีเสถียร

นายสุรพล มีเสถียร

กรรมการ (กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท) / ประธาน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

อายุ : 67 ปี

วันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการครั้งแรก : 22 มกราคม 2559

สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท : ตนเอง: 600,000 หุ้น (ร้อยละ 0.024 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด)
บุคคลที่มีความสัมพันธ์*: คู่สมรสถือหุ้นจำนวน 100,000 หุ้น (ร้อยละ 0.004 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด)

ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างกรรมการและผู้บริหาร : ไม่มี

คุณวุฒิทางการศึกษา

  • ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายเรือ
  • ประกาศนียบัตร วิทยาลัยการทัพเรือ

การอบรมของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

  • หลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 155/2555
  • หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 92/2554

การอบรม / สัมมนาอื่นๆ

  • หลักสูตร การบริหารความเสี่ยงองค์กร รุ่นที่ 10 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ทำงาน

  • 2563 - ปัจจุบัน ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง | บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
  • 2559 - ปัจจุบัน กรรมการ และกรรมการบริหารความเสี่ยง | บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)

การดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่น

  • 2554 - ปัจจุบัน กรรมการ และกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และกำกับดูแลกิจการ | บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน)

การดำรงตำแหน่งในกิจการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนหรือองค์กรอื่น

  • 2563 – ปัจจุบัน ประธานกรรมการ | สมาคมเจ้าของเรือไทย
  • 2561 - ปัจจุบัน กรรมการ | บริษัท บิ๊กซี จำกัด
  • 2550 - ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | บริษัท นทลิน จำกัด
  • ปัจจุบัน กรรมการ | บริษัท นทลิน จำกัด

ประสบการณ์การทำงานในระยะ 5 ปีย้อนหลัง

  • 2560 – 2563 กรรมการ | คณะกรรมการแรงงานทางทะเล กระทรวงแรงงาน
  • 2552 – 2563 รองประธานกรรมการ | สมาคมเจ้าของเรือไทย
  • 2557 - 2561 กรรมการ | Nathalin Shipping Pte. Ltd.
  • 2554 - 2560 กรรมการ | บริษัท คุณนที จำกัด
  • 2557 - 2559 กรรมการ | บริษัท เอ็น.ที.แอล. มารีน จำกัด
  • 2554 - 2559 กรรมการ | บริษัท บทด จำกัด


หมายเหตุ
* บุคคลที่มีความสัมพันธ์ หมายถึง
(1) คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา
(2) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(3) นิติบุคคลที่กรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลตาม (1) และ (2) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าว และการถือหุ้นรวมกันดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในนิติบุคคลนั้น